ปัญหาพื้นฐาน 4 ประการในพีซีที่คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
posted on 23 Dec 2008 02:17 by aruruchan
ถ้าหากมองอย่างผิวเผินในตอนแรก ปัญหาของคอมพิวเตอร์อาจดูแล้วเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างมาก
แต่ที่จริงปัญหาบางอย่างอาจแก้ไขได้โดยง่ายก็มี
แต่ถ้าหากปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้แก้ปัญหา คุณไม่แน่ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายราคาถูกเสมอไป
ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป อาจเสียค่าใช้จ่ายอย่างต่ำ
250-300 ดอลลาร์เป็นต้น
อย่างไรก็ตามคนธรรมดาทั่วไปก็อาจทำงานบางอย่างด้วยตนเองได้ ถ้าหากจัดระดับความยากง่ายของงาน
โดยใช้คะแนน 1 ถึง 10 เป็นตัววัด
(คะแนน 10 เป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรอง
ซึ่งมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตัวไม่น้อยกว่า 3 ชิ้น) การเปลี่ยนเมมโมรีจัดว่ามีความยากระดับ
4 เท่านั้น ส่วนการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ใหม่ค่อนข้างยากกว่า
(ประมาณ 6 หรือ 7) แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่คุณทำได้ด้วยตนเองอยู่ดี
ในขณะที่การเปลี่ยนวิดีโอการ์ดหรือโมเด็มแบบติดตั้งภายในมีความยากระดับ 2 เท่านั้น
คำเตือน: ไฟฟ้าสถิตย์อาจสร้างความเสียหายต่อวงจรภายในคอมพิวเตอร์ของคุณได้
ดังนั้นก่อนที่คุณจะแตะอะไรภายในคอมพิวเตอร์ คุณควรกราวน์ตนเองโดยการสัมผัสแผงโลหะของคอมพิวเตอร์เสียก่อน
ความช่วยเหลือเพื่อปกป้องการลงทุนด้านเทคโนโลยีของคุณเอง
ตรวจสอบว่าคุณใช้ซอฟต์แวร์ Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบความถูกต้องเสียตั้งแต่วันนี้และพบข้อเสนอพิเศษสุดของเรา
ปัญหาพื้นฐาน 4 ประการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
1. คุณเปิดคอมพิวเตอร์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีไฟ ไม่มีเสียงบีฟ ไม่มีเสียงพัดลม สิ่งแรกที่คุณควรทำคืออะไร?
คุณควรตรวจสอบว่าปลักไฟเสียบต่อเรียบร้อยแล้วหรือยัง แม้คุณแน่ใจว่าสายไฟเสียบต่อแล้วก็ตาม
แต่คุณควรตรวจเช็คซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
สมมติว่าสายไฟของคุณเสียบต่อเรียบร้อยแล้ว คุณน่าจะมีปัญหาเรื่องพาวเวอร์ซัพพลายเสีย
พาวเวอร์ซัพพลายเป็นกล่องโลหะซึ่งติดอยู่บริเวณด้านหลังของคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยปกติพาวเวอร์ซัพพลายจะติดกับตัวถัง
โดยใช้น็อต 4 ตัว และมีสายไฟเสียบต่ออยู่ ส่วนพัดลมจะเป่าอากาศออกไปด้านหลัง
คุณจะเห็นพวงของสายไฟเล็กๆโผล่ออกมาจากพาวเวอร์ซัพพลายที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์
ที่ปลายด้านหนึ่งของสายเหล่านี้จะมีคอนเนกเตอร์อยู่เป็นจำนวนมาก สายเหล่านี้มักจะต่อกับไดรฟ์
พัดลม หรืออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเมนบอร์ดด้วย สายจะไปต่อตรงไหนไม่สำคัญ ถ้าหากคอนเนกเตอร์ของสายต่อได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
เมื่อคุณเปิดตัวถังขึ้นมา สายไฟที่ยุ่งเหยิงดังกล่าวอาจทำให้คุณรู้สึกปอดๆอยู่บ้าง
ถ้าหากคุณศึกษามันให้ดี คุณจะพบว่ามันไม่ใช่เรื่องลึกลับอย่างที่คุณคิด คุณควรจดว่าสายแต่ละเส้นเชื่อมต่อไปยังที่ใดบ้าง
ถ้าหากจำเป็นคุณอาจต้องถอดสายเหล่านี้ออก จากนั้นถอดพาวเวอร์ซัพพลายออกมาด้วย แล้วนำไปยังร้านคอมพิวเตอร์เพื่อซื้อตัวใหม่ที่มีวัตต์เท่ากันมาเปลี่ยน
คุณจะเสียค่าใช้จ่ายราวๆ 50-70 ดอลลาร์
2. คอมพิวเตอร์เปิดใช้งานได้แต่ไม่มีอะไรปรากฏบนจอภาพ
หรือพูดอีกแง่หนึ่งก็คือ คุณไม่เห็น Windows แสดงขึ้นมา
คุณอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับจอภาพ คุณอาจจะลองใช้จอเครื่องอื่นๆที่คุณมั่นใจว่าไม่เสียกับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ดู
จากนั้นดูว่ามีอะไรปรากฏบนจอหรือไม่ ถ้าหากจอเครื่องที่นำมาเปลี่ยนใช้การได้ นั่นหมายความว่าจอแรกเสีย
จอภาพไม่คุ้มกับการซ่อมแต่อย่างใด คุณควรซื้อจอใหม่ไปเลย คุณไม่ควรลองเปิดด้านหลังของจอมอนิเตอร์เพื่อซ่อมเอง
คาปาซิเตอร์ที่อยู่ภายในมอนิเตอร์เก็บกระแสไฟฟ้าจำนวนมากเอาไว้ คุณอาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
ถ้าหากจอยังมืดอยู่ มันอาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับวิดีโอการ์ด ก่อนอื่นคุณต้องหาวิดีโอการ์ดในคอมพิวเตอร์ของคุณให้เจอ
วิดีโอการ์ดเป็นแผงวงจรที่เสียบอยู่ในสล็อตของเมนบอร์ด ส่วนเคเบิลจากจอภาพจะเชื่อมต่อกับพอร์ต
VGA (video graphics adapter) บริเวณด้านหลังของคอมพิวเตอร์
ถ้าหากพอร์ต VGA เป็นส่วนหนึ่งของเมนบอร์ด นั่นหมายความว่าคุณมีการ์ดวิดีโอในตัว
ถ้าหากเป็นวิดีโอในตัว คุณจะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นวิดีโอการ์ดแยกต่างหาก คุณสามารถลองเปลี่ยนใหม่ได้
ถ้าหากคุณมีวิดีโอการ์ดสำรอง คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใส่การ์ดลงไปแน่นแล้ว
บริเวณด้านหน้าการ์ดอาจจะเผยอขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ขณะที่คุณไขน็อตให้ตัวการ์ดยึดกับสล็อทก็เป็นได้
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่ใช้งานได้ดี ให้ปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้วถอดวิดีโอการ์ดออกมา
จากนั้นนำวิดีโอการ์ดมาลองใส่ลงไปในคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา ถ้าหากใส่การ์ดลงไปแล้วคอมพิวเตอร์ทำงานได้
คุณจำเป็นต้องซื้อการ์ดอันใหม่ ถ้าหากคุณไม่มีการ์ดสำรองเพื่อทดสอบระบบ
จงซื้อการ์ดราคาถูกมาลอง (30-50 ดอลลาร์) ถ้าหากการ์ดใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
จงนำการ์ดไปคืน
คุณอาจจะเลือกซื้อวิดีโอการ์ดรุ่นที่มีราคาแพงหลายร้อยดอลลาร์ได้ แต่ถ้าหากคุณใช้งานแอพพลิเคชันเชิงธุรกิจหรือท่องเว็บเท่านั้น
คุณควรซื้อการ์ดราคาถูกจะดีกว่า การ์ดราคาแพงเหมาะสำหรับนักเล่นเกมเท่านั้น
3. ถ้าหากคุณเจอปัญหาเครื่องแฮงก์ โดยสิ่งที่ปรากฏบนจอเป็น
"จอสีฟ้าที่อยู่นิ่งๆ" คุณอาจจะมีปัญหาเรื่องเมมโมรี (RAM)
จดข่าวสารที่ประตูอยู่บนจอสีฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลข
ตรวจสอบตัวเลขปัญหาได้จากเว็บไซต์ Help และ Support
Knowledge Base ของไมโครซอฟท์ หรือใส่ข้อความแสดงปัญหาลงไปในกลไกค้นหาข้อมูลเพื่อค้นหาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้
ถ้าหากคุณแยกแยะปัญหาได้ การแก้ปัญหาเรื่องเมมโมรีจะทำได้ง่ายดายอย่างมาก
ถ้าหากคุณไม่เจอข้อมูลแยกแยะปัญหาทางออนไลน์ คุณอาจลองนำเอาเมมโมรีจากเครื่องอื่นๆมาทดสอบดูได้
แต่เมมโมรีจำเป็นต้องเป็นชนิดเดียวกัน ถ้าหากคุณลองแล้วแต่ไม่ได้ผล คุณควรนำเอาเมมโมรีเก่าไปที่ร้านคอมพิวเตอร์
พนักงานที่นั้นน่าจะยินดีทดสอบให้คุณได้
แผงเมมโมรีจะใส่ลงไปในสล็อทใกล้ๆกับไมโครโพรเซสเซอร์ มันมีความยาวประมาณ
4 นิ้ว คุณสามารถถอดเมมโมรีเก่าออกแล้วนำไปเทียบดูที่ร้านค้า
ราคาของเมมโมรีขึ้นอยู่กับชนิดและความเร็ว คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื้อเมมโมรีชนิดเดิมเหมือนกับที่มีอยู่
ขณะที่คุณกดเมมโมรีใหม่ลงไปในสล็อท คุณอาจต้องออกแรงเล็กน้อย ตัวหนีบที่อยู่ทั้งสองด้านจะหนีบเข้าที่เมื่อเมมโมรีใส่อย่างแน่นหนาดีแล้ว
4. ถ้าหากคุณบูตเครื่องแล้วคอมพิวเตอร์หาไดรฟ์ C: ไม่เจอ คุณอาจจะเจอปัญหาเรื่องฮาร์ดดิสก์เสีย
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น คุณควรลองถอดฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์เครื่องที่ดีมาใส่เครื่องที่เสียเพื่อแยกแยะปัญหา
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถบูตจากฮาร์ดดิสก์อันใหม่ได้ ฮาร์ดดิสก์อันเดิมอาจจะเสียแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคกล่าวว่า คุณอาจจะลองนำเอาฮาร์ดดิสก์ใส่ถุงกันความชื้น
แล้วลองใส่ในตู้เย็นทิ้งเอาไว้หนึ่งคืน วงจรในฮาร์ดดิสก์อาจจะหดตัวจนสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ผมเคยลองใช้เทคนิคนี้สองสามครั้ง แถมยังใช้ได้ผลอีกด้วย
การใช้โปรแกรมแบกอัพเป็นประจำจะช่วยคุณได้ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์เสียขึ้นมา
แต่คุณต้องไม่แบกอัพข้อมูลเก็บเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์ตัวเดียวกัน ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ของคุณเสีย
และคุณไม่มีแบกอัพเก็บไว้ ร้านขายคอมพิวเตอร์อาจจะช่วยกู้ข้อมูลของคุณขึ้นมาได้
ฮาร์ดดิสก์มีราคาถูกมาก คุณสามารถซื้อฮาร์ดดิสก์ใหม่มาเปลี่ยนโดยเสียเงินน้อยกวา
100 ดอลลาร์ คุณควรซื้อฮาร์ดดิสก์รุ่นขายปลีกที่ใส่กล่องเอาไว้
ซึ่งในนั้นจะมีวิธีการติดตั้งและฮาร์ดแวร์ต่างๆที่คุณจำเป็นต้องใช้ให้มาด้วย
ฮาร์ดดิสก์ของคุณมักจะติดตั้งด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ โดยมีขนาดพอๆกับสมุดปกแข็งแล้วใช้น็อตสี่ตัวยึดเอาไว้ข้างละสองตัว
ส่วนด้านหลังจะมีสายไฟหนึ่งเส้นและสายเคเบิลแบบแบนเชื่อมต่ออยู่
คุณสามารถติดตั้งฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่เป็นมาสเตอร์ แล้วปรับแต่งให้ฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าเป็นสลาฟ
คุณสามารถศึกษาวิธีการตั้งค่าตัวแปรมาสเตอร์และสลาฟได้จากคู่มือที่ให้มาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์
จากนั้นให้คุณบูตคอมพิวเตอร์แล้วติดตั้ง Windows ลงไปในไดร์ฟใหม่
ถ้าหากคุณโชคดีคอมพิวเตอร์จะมองเห็นไดร์ฟตัวเก่าด้วย (เป็นไดร์ฟ D:) จากนั้นคุณก็สามารถโอนถ่ายข้อมูลไปยังไดร์ฟใหม่ได้แล้ว
การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์เป็นงานที่ยากกว่างานอื่นๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไปจ้างร้านคอมพิวเตอร์ให้ทำงานนี้
เงินที่คุณเสียไปอาจไม่คุ้มค่า ดังนั้นคุณควรจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จะดีกว่า
แต่ถ้าหากคุณชอบผจญภัยและพอมีเวลา การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์น่าจะเป็นงานที่คุ้มค่าอย่างมาก
รู้ข้อจำกัดของคุณเอง
เรื่องบางอย่างอาจจะเกินขีดความสามารถของคุณเอง ตัวอย่างเช่นการอัพเกรดไมโครโพรเซสเซอร์อาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก
แม้คุณสามารถใส่ไมโครโพรเซสเซอร์ตัวใหม่ลงไปในเมนบอร์ดของคุณได้ก็ตาม แต่คุณอาจจำเป็นต้องอัพเกรดไบออสด้วย
การอัพเกรดไบออสต้องใช้ขั้นตอนที่ชื่อ "การแฟลชไบออส"
ซึ่งเป็นการดาวน์โหลดโปรแกรมใหม่มาติดตั้งลงไปในไบออส ถ้าหากคุณแฟลชไบออสไม่ถูกต้อง
คอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นคุณควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า
ในบางครั้งการซ่อมคอมพิวเตอร์เองก็อาจไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่าได้เช่นกัน
เนื่องจากคุณสามารถซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ในราคาที่ต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์แบบนี้ก็สามารถสนองตอบต่อคาวมต้องการทางธุรกิจของคุณได้แล้ว
ดังนั้นถ้าหากคุณต้องแก้ปัญหาโดยเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 300 ดอลลาร์
ดังนั้นนี่อาจเป็นเวลาที่คุณควรไปเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ได้แล้ว เพราะการซ่อมพีซีเก่าครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายก็เป็นได้
หลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลของคอลัมน์นี้ออกไปเป็นครั้งแรก ผมได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์จากช่างเทคนิคคนหนึ่ง
เขากล่าวว่านักธุรกิจควรระมัดระวังเกี่ยวกับการซื้อคอมพิวเตอร์ราคาถูกไปใช้ในงานธุรกิจ
เนื่องจากบริษัทของคุณต้องการการรับประกันที่ดี อาทิเช่นบริการซ่อมในวันรุ่งขึ้น หรือบริการให้ยืมเครื่องใช้ก่อน
นอกจากนั้นคุณยังจำเป็นต้องใช้กลไกแบกอัพบางอย่าง อาทิเช่นไดรฟ์บันทึกซีดี
ไดรฟ์บันทึกดีวีดี ฮาร์ดดิสก์ลูกที่สอง และอื่นๆอีกมาก การประหยัดเงินอาจเป็นสิ่งที่ดี
แต่คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเงินที่เสียไปช่วยให้คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือยัง
*****************************************************
มานน่าสนใจดีเลยเอามาแบ่งให้อ่านกันดูละนะ เพื่อมีประโยชน์กะบางท่านที่เจอบ้างละนะ
เพราะเว็บเขานะ อ่านยากชิบหายเลยละ เล่นใส่สีกลายเป็นปีโป้ 9 ยอด ดังนั้นเลยเอามาให้อ่านนะ
ฮะๆๆ
จบเหอะ
つづく~
edit @ 23 Dec 2008 02:58:19 by A R U R U !!
#1 By Agrippa on 2008-12-23 02:48