[Review] Nendoroid Reimu Hakurei Limited ~

posted on 11 Dec 2009 17:37 by aruruchan
สามารถดู สไล ได้ที่ลิ้งนี้นะครับ ก๊อบลิ้งค์ไปวางเปิดได้เลย

 http://hanami2200.multiply.com/photos/slideshow2/14

หรือตามมาดูได้ ที่นี่..

http://hanami2200.multiply.com/photos/album/14/Review_Nendoroid_Reimu_Hakurei_Limited_

---------

"http://photobucket.com/slideshows" target="_blank">

---------

อ่าาาา..

ฮ่าส์ ๆ ๆ ๆ โฮกกก...
ในที่สุดก็ได้มาจนได้ กับ Nendoroid Reimu Hakurei Limited ใช่ !! ลิมิเต๊ด !!!!

เรย์มุที่ร๊ากกก~~ มิโกะดำแดง ขี้งก จากศาลเจ้า ฮาคุเรย์ แห่งโลกเก็นโซเคียว
เกมแอบดัง TOUHOU กระแสแรงโคตรๆ เกมชู๊ตติ้งสุดยอดโคตรอลังการสุดๆ
(ใครนึกภาพไม่ออกให้ถึง เม็ดข้าวสารจำนวนมาก ถูกซัดมาที่หน้าเรา แบบสโลว์โมชั่น)

ภาพส่วนใหญ่ ถ่ายไว้พอเป็นพิธี ไว้มีเวลาจะเอามาแต่งเล่น โพสท่าอื่นๆให้ชมกัลลนะเธอว์~


edit @ 11 Dec 2009 18:12:05 by A R U R U !!

 

edit @ 27 Nov 2009 13:31:32 by A R U R U !!

LOLITA !! ข้าคือ LOLICON !!!

posted on 25 Nov 2009 16:29 by aruruchan
ตัวข้านั้นเกิดมารักผู้หญิงที่เป็น เด็ก
ไม่ใส่ใจที่ท่านแม่เคยสอนว่าแบบนี้มันไม่ถูก
เด็กใสซื่อเท่านั้นที่ข้าต้องการ
เด็กน้อยกำลังโตนี่น่าร๊ากที่สุด
ความรู้สึกนี้ที่มันช่างหอมหวน

โลลิต้า ! ข้าคือโลลิค่อน
โลลิต้า ! พี่ชายจอมอันตราย
พาเธอไปสอนการบ้านหลังโรงเรียนเลิก
พาเธอไปเล่นกันที่สวนแถวบ้าน
ถ้าอากาศมันร้อนก็ไปถอดเสื้อผ้ากันนะ !
ไม่มีอะไรแค่จะขอดูเธอเปลี่ยนชุดเท่านั้น
แตะนิด แตะหน่อย พอเป็นพิธี
ตอนเขินอายนี่น่าร๊ากที่สุด (555+)

โลลิต้า ! ข้าคือโลลิค่อน
โลลิต้า ! ผล berry ต้องห้าม
ท่านพ่อ ท่านแม่ ผมขอโทษด้วยครับ  (ฮะฮร๊างงง~)
ยกโทษให้ผมด้วยหากผมเดินเข้าสู่ด้านมืด (ฮะฮร๊างงง~)
แต่มันก็แค่...ก็แค่รักเด็กเท่านั้น

โลลิต้า ! แบบนี้มันผิดมนุษย์นักหรือไง
โลลิต้า ! รักเด็กผิดตรงไหนครับท่าน
โลลิต้า ! ข้าคือโลลิค่อน
โลลิต้า ! ผล berry ต้องห้าม (Come On)

edit @ 25 Nov 2009 18:58:49 by A R U R U !!

 

ฮาๆ ทำไปได้

edit @ 27 Feb 2009 23:20:47 by A R U R U !!

 

 

เหอะ ๆ ๆ ... ก็ดูเอาสิครับ ปลาป๋องเน่าบ้านเรา ยังเทียบไม่ติด


edit @ 6 Feb 2009 17:50:00 by A R U R U !!

วันนี้เป็นวันเด็กครับ ฮ่าๆ พูดถึงวันเด็ก หลักๆมันก็ต้อง รถถัง เครื่องบิน เก้าอี้นายก การ์ตูน และ M79 ฯลฯ
ผมกำลังสงสัยเล็กน้อยครับว่า ก็ถ้าในเมื่อ การจะพาเด็กๆไปพบเจอไอ้ของพรรคเนี้ย ปืนกล
อาวุธยุทโธปกร ต่างๆนาๆ แต่พอถึงครา ในทีวี มันดันเอาหมอกศีลธรรมมาเบลอไอ้สิ่งเหล่านั้นไปซะฉิบ


เลยอดสงสัยไม่น้อยเลยครับว่า ผู้ใหญ่กำลังคิดอะไรกันอยู่
อ่ะ.. หรือว่าผมตั้งคำถาม มองแง่ร้ายเกินไป - -"

แน่นอน พูดถึงการ์ตูน ฮาๆๆ แพล่มมาตั้งนาน เลยลืมประเด็นสำคัญซะงั้น
เรากำลังจะข้ามช๊อตสำคัญที่ว่า

 ในฐานะเป็นคนดูการ์ตูนในประเทศไทยรู้สึกอย่างไรครับ?

วันหนึ่ง ขณะชายหนุ่มวัยประมาณ 20 กำลังสนทนากับลูกค้าต่างประเทศชาวญี่ปุ่นอายุราว 40 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง การสนทนาทางธุรกิจนั้นดูจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่ทั้งคู่สามารถสนทนากันได้อย่างสนุกปากกลับเป็นเรื่องของการ์ตูน และอนิเมเพราะด้วยความบังเอิญ ที่ทั้งคู่เป็นคนที่ชอบดูการ์ตูนเช่นกัน

ชาวญี่ปุ่น - ....ตอนนี้ผมกำลังชอบดูเรื่อง Kara No Kyoukai อยู่ครับ แล้วทางคุณล่ะ?
นาย B - อ๋อ ครับ ผมเองก็ชอบเรื่องนั้นมากเหมือนกันเลย กำลังรอตอนที่ 4 ที่กำลังจะออกนี่แหละครับ
ชาวญี่ปุ่น - เอ๋!? ไม่น่าเชื่อ !?
นาย B - ทำไมเหรอครับ ?
ชาวญี่ปุ่น - ก็ประเทศของคุณ อาราเล่ กับ ดราก้อนบอลเพิ่งจะเข้าไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ผมเดินผ่านห้าง เค้าเปิดตรงส่วนอนิเมที่เพิ่งมาใหม่ โชว์ให้ลูกค้าอยู่น่ะ.....
นาย B - - /////// - (พูดไม่ออกเลย~~) พะ......ผม อาศัยโหลดดูเอานะครับ.....

อับอายขอรับ อับอาย~~~~~~

ขากลับหลังจากจบการคุยธุระ....... ชายหนุ่มเดินผ่านห้าง ก็ดันเจอ โฆษณา ดราก้อนบอลกำลังเปิดให้ดูอยู่ซะอีกต่างหาก .......

เป็นคุณเจอคำถามแบบนี้ จะตอบยังไงดีล่ะเนี่ย ?

edit @ 10 Jan 2009 10:53:31 by A R U R U !!

 

เห่อๆๆ ......

edit @ 9 Jan 2009 01:37:28 by A R U R U !!

ถ้าหากมองอย่างผิวเผินในตอนแรก ปัญหาของคอมพิวเตอร์อาจดูแล้วเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างมาก แต่ที่จริงปัญหาบางอย่างอาจแก้ไขได้โดยง่ายก็มี

แต่ถ้าหากปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้แก้ปัญหา คุณไม่แน่ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายราคาถูกเสมอไป ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป อาจเสียค่าใช้จ่ายอย่างต่ำ 250-300 ดอลลาร์เป็นต้น

อย่างไรก็ตามคนธรรมดาทั่วไปก็อาจทำงานบางอย่างด้วยตนเองได้ ถ้าหากจัดระดับความยากง่ายของงาน โดยใช้คะแนน 1 ถึง 10 เป็นตัววัด (คะแนน 10 เป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรอง ซึ่งมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตัวไม่น้อยกว่า 3 ชิ้น) การเปลี่ยนเมมโมรีจัดว่ามีความยากระดับ 4 เท่านั้น ส่วนการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ใหม่ค่อนข้างยากกว่า (ประมาณ 6 หรือ 7) แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่คุณทำได้ด้วยตนเองอยู่ดี ในขณะที่การเปลี่ยนวิดีโอการ์ดหรือโมเด็มแบบติดตั้งภายในมีความยากระดับ 2 เท่านั้น

คำเตือน: ไฟฟ้าสถิตย์อาจสร้างความเสียหายต่อวงจรภายในคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ดังนั้นก่อนที่คุณจะแตะอะไรภายในคอมพิวเตอร์ คุณควรกราวน์ตนเองโดยการสัมผัสแผงโลหะของคอมพิวเตอร์เสียก่อน

ความช่วยเหลือเพื่อปกป้องการลงทุนด้านเทคโนโลยีของคุณเอง
ตรวจสอบว่าคุณใช้ซอฟต์แวร์ Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบความถูกต้องเสียตั้งแต่วันนี้และพบข้อเสนอพิเศษสุดของเรา

ปัญหาพื้นฐาน 4 ประการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง

1. คุณเปิดคอมพิวเตอร์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีไฟ ไม่มีเสียงบีฟ ไม่มีเสียงพัดลม สิ่งแรกที่คุณควรทำคืออะไร? คุณควรตรวจสอบว่าปลักไฟเสียบต่อเรียบร้อยแล้วหรือยัง แม้คุณแน่ใจว่าสายไฟเสียบต่อแล้วก็ตาม แต่คุณควรตรวจเช็คซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

สมมติว่าสายไฟของคุณเสียบต่อเรียบร้อยแล้ว คุณน่าจะมีปัญหาเรื่องพาวเวอร์ซัพพลายเสีย พาวเวอร์ซัพพลายเป็นกล่องโลหะซึ่งติดอยู่บริเวณด้านหลังของคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยปกติพาวเวอร์ซัพพลายจะติดกับตัวถัง โดยใช้น็อต 4 ตัว และมีสายไฟเสียบต่ออยู่ ส่วนพัดลมจะเป่าอากาศออกไปด้านหลัง

คุณจะเห็นพวงของสายไฟเล็กๆโผล่ออกมาจากพาวเวอร์ซัพพลายที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ ที่ปลายด้านหนึ่งของสายเหล่านี้จะมีคอนเนกเตอร์อยู่เป็นจำนวนมาก สายเหล่านี้มักจะต่อกับไดรฟ์ พัดลม หรืออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเมนบอร์ดด้วย สายจะไปต่อตรงไหนไม่สำคัญ ถ้าหากคอนเนกเตอร์ของสายต่อได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

เมื่อคุณเปิดตัวถังขึ้นมา สายไฟที่ยุ่งเหยิงดังกล่าวอาจทำให้คุณรู้สึกปอดๆอยู่บ้าง ถ้าหากคุณศึกษามันให้ดี คุณจะพบว่ามันไม่ใช่เรื่องลึกลับอย่างที่คุณคิด คุณควรจดว่าสายแต่ละเส้นเชื่อมต่อไปยังที่ใดบ้าง ถ้าหากจำเป็นคุณอาจต้องถอดสายเหล่านี้ออก จากนั้นถอดพาวเวอร์ซัพพลายออกมาด้วย แล้วนำไปยังร้านคอมพิวเตอร์เพื่อซื้อตัวใหม่ที่มีวัตต์เท่ากันมาเปลี่ยน คุณจะเสียค่าใช้จ่ายราวๆ 50-70 ดอลลาร์

2. คอมพิวเตอร์เปิดใช้งานได้แต่ไม่มีอะไรปรากฏบนจอภาพ
หรือพูดอีกแง่หนึ่งก็คือ คุณไม่เห็น Windows แสดงขึ้นมา คุณอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับจอภาพ คุณอาจจะลองใช้จอเครื่องอื่นๆที่คุณมั่นใจว่าไม่เสียกับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ดู จากนั้นดูว่ามีอะไรปรากฏบนจอหรือไม่ ถ้าหากจอเครื่องที่นำมาเปลี่ยนใช้การได้ นั่นหมายความว่าจอแรกเสีย จอภาพไม่คุ้มกับการซ่อมแต่อย่างใด คุณควรซื้อจอใหม่ไปเลย คุณไม่ควรลองเปิดด้านหลังของจอมอนิเตอร์เพื่อซ่อมเอง คาปาซิเตอร์ที่อยู่ภายในมอนิเตอร์เก็บกระแสไฟฟ้าจำนวนมากเอาไว้ คุณอาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ถ้าหากจอยังมืดอยู่ มันอาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับวิดีโอการ์ด ก่อนอื่นคุณต้องหาวิดีโอการ์ดในคอมพิวเตอร์ของคุณให้เจอ วิดีโอการ์ดเป็นแผงวงจรที่เสียบอยู่ในสล็อตของเมนบอร์ด ส่วนเคเบิลจากจอภาพจะเชื่อมต่อกับพอร์ต VGA (video graphics adapter) บริเวณด้านหลังของคอมพิวเตอร์ ถ้าหากพอร์ต VGA เป็นส่วนหนึ่งของเมนบอร์ด นั่นหมายความว่าคุณมีการ์ดวิดีโอในตัว ถ้าหากเป็นวิดีโอในตัว คุณจะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นวิดีโอการ์ดแยกต่างหาก คุณสามารถลองเปลี่ยนใหม่ได้

ถ้าหากคุณมีวิดีโอการ์ดสำรอง คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใส่การ์ดลงไปแน่นแล้ว บริเวณด้านหน้าการ์ดอาจจะเผยอขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ขณะที่คุณไขน็อตให้ตัวการ์ดยึดกับสล็อทก็เป็นได้

ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่ใช้งานได้ดี ให้ปิดคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้วถอดวิดีโอการ์ดออกมา จากนั้นนำวิดีโอการ์ดมาลองใส่ลงไปในคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา ถ้าหากใส่การ์ดลงไปแล้วคอมพิวเตอร์ทำงานได้ คุณจำเป็นต้องซื้อการ์ดอันใหม่ ถ้าหากคุณไม่มีการ์ดสำรองเพื่อทดสอบระบบ จงซื้อการ์ดราคาถูกมาลอง (30-50 ดอลลาร์) ถ้าหากการ์ดใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จงนำการ์ดไปคืน

คุณอาจจะเลือกซื้อวิดีโอการ์ดรุ่นที่มีราคาแพงหลายร้อยดอลลาร์ได้ แต่ถ้าหากคุณใช้งานแอพพลิเคชันเชิงธุรกิจหรือท่องเว็บเท่านั้น คุณควรซื้อการ์ดราคาถูกจะดีกว่า การ์ดราคาแพงเหมาะสำหรับนักเล่นเกมเท่านั้น

3. ถ้าหากคุณเจอปัญหาเครื่องแฮงก์ โดยสิ่งที่ปรากฏบนจอเป็น "จอสีฟ้าที่อยู่นิ่งๆ" คุณอาจจะมีปัญหาเรื่องเมมโมรี (RAM)
จดข่าวสารที่ประตูอยู่บนจอสีฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลข ตรวจสอบตัวเลขปัญหาได้จากเว็บไซต์ Help และ Support Knowledge Base ของไมโครซอฟท์ หรือใส่ข้อความแสดงปัญหาลงไปในกลไกค้นหาข้อมูลเพื่อค้นหาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

ถ้าหากคุณแยกแยะปัญหาได้ การแก้ปัญหาเรื่องเมมโมรีจะทำได้ง่ายดายอย่างมาก ถ้าหากคุณไม่เจอข้อมูลแยกแยะปัญหาทางออนไลน์ คุณอาจลองนำเอาเมมโมรีจากเครื่องอื่นๆมาทดสอบดูได้ แต่เมมโมรีจำเป็นต้องเป็นชนิดเดียวกัน ถ้าหากคุณลองแล้วแต่ไม่ได้ผล คุณควรนำเอาเมมโมรีเก่าไปที่ร้านคอมพิวเตอร์ พนักงานที่นั้นน่าจะยินดีทดสอบให้คุณได้

แผงเมมโมรีจะใส่ลงไปในสล็อทใกล้ๆกับไมโครโพรเซสเซอร์ มันมีความยาวประมาณ 4 นิ้ว คุณสามารถถอดเมมโมรีเก่าออกแล้วนำไปเทียบดูที่ร้านค้า ราคาของเมมโมรีขึ้นอยู่กับชนิดและความเร็ว คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื้อเมมโมรีชนิดเดิมเหมือนกับที่มีอยู่

ขณะที่คุณกดเมมโมรีใหม่ลงไปในสล็อท คุณอาจต้องออกแรงเล็กน้อย ตัวหนีบที่อยู่ทั้งสองด้านจะหนีบเข้าที่เมื่อเมมโมรีใส่อย่างแน่นหนาดีแล้ว

4. ถ้าหากคุณบูตเครื่องแล้วคอมพิวเตอร์หาไดรฟ์ C: ไม่เจอ คุณอาจจะเจอปัญหาเรื่องฮาร์ดดิสก์เสีย
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น คุณควรลองถอดฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์เครื่องที่ดีมาใส่เครื่องที่เสียเพื่อแยกแยะปัญหา ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถบูตจากฮาร์ดดิสก์อันใหม่ได้ ฮาร์ดดิสก์อันเดิมอาจจะเสียแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคกล่าวว่า คุณอาจจะลองนำเอาฮาร์ดดิสก์ใส่ถุงกันความชื้น แล้วลองใส่ในตู้เย็นทิ้งเอาไว้หนึ่งคืน วงจรในฮาร์ดดิสก์อาจจะหดตัวจนสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผมเคยลองใช้เทคนิคนี้สองสามครั้ง แถมยังใช้ได้ผลอีกด้วย

การใช้โปรแกรมแบกอัพเป็นประจำจะช่วยคุณได้ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์เสียขึ้นมา แต่คุณต้องไม่แบกอัพข้อมูลเก็บเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์ตัวเดียวกัน ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ของคุณเสีย และคุณไม่มีแบกอัพเก็บไว้ ร้านขายคอมพิวเตอร์อาจจะช่วยกู้ข้อมูลของคุณขึ้นมาได้

ฮาร์ดดิสก์มีราคาถูกมาก คุณสามารถซื้อฮาร์ดดิสก์ใหม่มาเปลี่ยนโดยเสียเงินน้อยกวา 100 ดอลลาร์ คุณควรซื้อฮาร์ดดิสก์รุ่นขายปลีกที่ใส่กล่องเอาไว้ ซึ่งในนั้นจะมีวิธีการติดตั้งและฮาร์ดแวร์ต่างๆที่คุณจำเป็นต้องใช้ให้มาด้วย

ฮาร์ดดิสก์ของคุณมักจะติดตั้งด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ โดยมีขนาดพอๆกับสมุดปกแข็งแล้วใช้น็อตสี่ตัวยึดเอาไว้ข้างละสองตัว ส่วนด้านหลังจะมีสายไฟหนึ่งเส้นและสายเคเบิลแบบแบนเชื่อมต่ออยู่

คุณสามารถติดตั้งฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่เป็นมาสเตอร์ แล้วปรับแต่งให้ฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าเป็นสลาฟ คุณสามารถศึกษาวิธีการตั้งค่าตัวแปรมาสเตอร์และสลาฟได้จากคู่มือที่ให้มาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ จากนั้นให้คุณบูตคอมพิวเตอร์แล้วติดตั้ง Windows ลงไปในไดร์ฟใหม่ ถ้าหากคุณโชคดีคอมพิวเตอร์จะมองเห็นไดร์ฟตัวเก่าด้วย (เป็นไดร์ฟ D:) จากนั้นคุณก็สามารถโอนถ่ายข้อมูลไปยังไดร์ฟใหม่ได้แล้ว

การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์เป็นงานที่ยากกว่างานอื่นๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไปจ้างร้านคอมพิวเตอร์ให้ทำงานนี้ เงินที่คุณเสียไปอาจไม่คุ้มค่า ดังนั้นคุณควรจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จะดีกว่า แต่ถ้าหากคุณชอบผจญภัยและพอมีเวลา การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์น่าจะเป็นงานที่คุ้มค่าอย่างมาก

รู้ข้อจำกัดของคุณเอง
เรื่องบางอย่างอาจจะเกินขีดความสามารถของคุณเอง ตัวอย่างเช่นการอัพเกรดไมโครโพรเซสเซอร์อาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก แม้คุณสามารถใส่ไมโครโพรเซสเซอร์ตัวใหม่ลงไปในเมนบอร์ดของคุณได้ก็ตาม แต่คุณอาจจำเป็นต้องอัพเกรดไบออสด้วย การอัพเกรดไบออสต้องใช้ขั้นตอนที่ชื่อ "การแฟลชไบออส" ซึ่งเป็นการดาวน์โหลดโปรแกรมใหม่มาติดตั้งลงไปในไบออส ถ้าหากคุณแฟลชไบออสไม่ถูกต้อง คอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นคุณควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า

ในบางครั้งการซ่อมคอมพิวเตอร์เองก็อาจไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่าได้เช่นกัน เนื่องจากคุณสามารถซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ในราคาที่ต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์แบบนี้ก็สามารถสนองตอบต่อคาวมต้องการทางธุรกิจของคุณได้แล้ว ดังนั้นถ้าหากคุณต้องแก้ปัญหาโดยเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 300 ดอลลาร์ ดังนั้นนี่อาจเป็นเวลาที่คุณควรไปเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ได้แล้ว เพราะการซ่อมพีซีเก่าครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายก็เป็นได้

หลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลของคอลัมน์นี้ออกไปเป็นครั้งแรก ผมได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์จากช่างเทคนิคคนหนึ่ง เขากล่าวว่านักธุรกิจควรระมัดระวังเกี่ยวกับการซื้อคอมพิวเตอร์ราคาถูกไปใช้ในงานธุรกิจ เนื่องจากบริษัทของคุณต้องการการรับประกันที่ดี อาทิเช่นบริการซ่อมในวันรุ่งขึ้น หรือบริการให้ยืมเครื่องใช้ก่อน นอกจากนั้นคุณยังจำเป็นต้องใช้กลไกแบกอัพบางอย่าง อาทิเช่นไดรฟ์บันทึกซีดี ไดรฟ์บันทึกดีวีดี ฮาร์ดดิสก์ลูกที่สอง และอื่นๆอีกมาก การประหยัดเงินอาจเป็นสิ่งที่ดี แต่คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเงินที่เสียไปช่วยให้คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือยัง

*****************************************************

มานน่าสนใจดีเลยเอามาแบ่งให้อ่านกันดูละนะ เพื่อมีประโยชน์กะบางท่านที่เจอบ้างละนะ เพราะเว็บเขานะ อ่านยากชิบหายเลยละ เล่นใส่สีกลายเป็นปีโป้ 9 ยอด ดังนั้นเลยเอามาให้อ่านนะ
ฮะๆๆ

จบเหอะ

 つづく~

edit @ 23 Dec 2008 02:58:19 by A R U R U !!

การ์ตูนแล้วไง ?

posted on 22 Dec 2008 00:59 by aruruchan

สิ้นหวังแล้ว !! วิ้นหวังกับวงการการ์ตูนในประเทศไทยและผู้ใหญ่
หัวโบราณ ที่มัวแต่คิดจะจับผิดในสิ่งที่ตนเอง
ไม่เคยจะทำความเข้าใจ 
มองเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ! ให้ความหมายและตีค่าการ์ตูน
กับเกมส์ให้เป็นจำเลยของสังคม !! 

 

พูดถึงการ์ตูน ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะนึกถึงด้านลบ มากพอๆกับเกมเลยครับ !
ถูกมองว่า ไร้สะระมั่งละ ไม่เป็นประโยชน์มั่งละ จนถึงตอนนี้การ์ตูนนั่นยังถูกมองเป็นเรื่อง
สำหรับเด็กเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งถ้าคุณมาอายุมากขึ้นมาหน่อย การที่มีความสนใจการ์ตูน
จะถูกมองว่าเป็นอะไรที่ไร้สาระ งี่เง่า ปัญญาอ่อนไปซะฉิบ !

นั่นรวมไปถึงเพลงประกอบการ์ตูนด้วยเช่นกัน 
เพราะ อะไรน่ะหรือ ? ครับ ! จากประสพการณ์จริงของผมที่เจอมา ไอ้พวกที่เพลงญี่ปุ่นที่ เสียงน่ารักทำนองคิขุหน่อย พอเปิดฟังทีไร คนส่วนใหญ่ที่ได้ยิน จะทึกทักว่าเป็นเพลงการ์ตูนไปซะหมด..
จริงครับ ! เพราะเพลงการ์ตูน รวมถึงเนื้อเรื่อง และถาพ มันพัฒนาไปจาก 20 ปีก่อนแล้ว
อย่างเพลง POP ญี่ปุ่นในปัจจุบัน ถูกใช้เป็นเพลงประกอบการ์ตูน ซะส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ

ประเทศไทยเรานั้นยัง ยึดติดและย่ำอยู่กับที่ อยู่เลยครับ เนื่องจากผู้ใหญ่ไทย ไม่ให้ความสำคัญกับกาตูนเลยซักกะติ๊ด ส่วนน้อยครับที่ให้ความสำคัญในปัจจุบัน นั่นก็เป็นการสืบเนื่องจาก เด็กหรือวัยรุ่นในสมันก่อนได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่มันก็ยังไม่ดีพอนั่นแหละ มองดูการ์ตูนที่ยังฉายอยู่ตามช่อง สาม ห้า เจ็ด เก้า ในปัจจุบันยังเป็นการ์ตูนสมัยพ่อผมยังหนุ่มๆ ฉายอยู่ทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะ อาราเล่ ปาร์แมน ดราก้อนบอล เท็สสึจิน สามตา บลาๆๆ ฯลฯ

อืม.. จะว่าไม่ดีมันก็ไม่ใช่ แต่มันซ้ำซากครับ

วกไปวนมา ซ้ำๆเดิมๆ หยุดยืนอยู่กับที่ เนื่องจากผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เห็นและรู้จักการ์ตูนเพียงเท่านี้ที่เค้าได้พบเห็น
มาจากช่วงวัยรุ่นของเขา ( ผมเดาเอาน่ะ 5555~ )
ในที่นี้ผมขอเอาการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งแล้วกัน ซึ่งต่อไปผมจะเรียกการ์ตูนญี่ปุ่นว่า
อนิเมะ ละกันนะ !

อนิเมะ เป็นคำเรียกง่ายๆของ อนิเมชั่น ( ซึ่งนั่นผมก็เดาเอาอีกนั่นแหละ แต่มันคงไม่ไปไกลไปกว่านั้นแหละมั้ง )
ปัจจุบัน มีอนิเมะที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปของเนื้อเรื่องดีไม่แพ้กันเลยครับ แต่หลังจากเขียนมา 5 นาที ผมรู้สึกได้ว่มันชักจะออกทะเล มากเกินไปละ


------------------------------------------------

เอาเป็นว่า ลองอ่าน บทความเกี่ยวกับการ์ตูนของคุณ Iannnnn ดูละกันครับ 

***

อาจารย์คนนึงที่มหาลัยผม เป็นอดีตรองอธิการบดี
(นึกภาพแกเหมือนเจ๊เบียบ จะได้ไม่ต้องบรรยายให้นึกภาพมากมาย)
ตอนนั้นเรานั่งรถตู้ไปประชุมต่างสถาบันด้วยกัน
ผมพกการ์ตูนไปด้วยเล่มนึง นั่งอ่านอยู่ตรงที่นั่งด้านหลังแก
ก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแกหันมาเจอเท่านั้นแหละ
โดนตวาดเลยครับ
บอกว่าโตแล้วยังอ่านอีกเหรอ การ์ตูนน่ะ
ทำไมคนรุ่นนี้ถึงไม่สนใจอะไรที่มันเป็นสาระเลย
เด็กเดี๋ยวนี้ไม่อ่านสกุลไทย พลอยแกมเพชรกันแล้วรึไง

ว่าแล้วแกก็หันไปบ่นเรื่องการ์ตูนอีกยาว กับอาจารย์ผู้ใหญ่อีกท่านที่นั่งข้างๆ กัน

ผมหยุดอ่าน ยิ้ม มองแก (จากทางด้านหลัง) สักพัก แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านต่อไป
พอจบเล่มปั๊บก็หันไปดูแกด้วยความเอ็นดูอีกที .. ในใจก็คิดว่า มันน่าสนใจดีนะ
ที่คนคนนึงจะสร้างกำแพงระหว่าง “ยุคสมัย” ของตัวเองกั้นกลางกับอีกคนนึง
เหมือนกับทิ้งช่วงห่างระหว่างวัยขึ้นในรถตู้คันเล็กๆ ที่มีแค่พนักพิงเบาะกั้น
(เรื่องช่องว่างระหว่างวัยนี่ เขียนอีกสามวันสามคืนก็ไม่จบ งั้นพอก่อน)

ประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดของหนังสือการ์ตูนที่ครองตลาดบ้านเรา
(มากซะจนผู้ใหญ่ยุคเผด็จการทหารคิดว่า มันคือการกลืนวัฒนธรรม ..โอววว)
ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ประชากรมีนิสัยรักการอ่านมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง
เขามีวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กอย่างง่ายๆ ก็คือการอ่านการ์ตูน
คนเขียนการ์ตูนของเขาถูกเรียกโดยมีคำนำหน้าชื่อว่า อาจารย์
เพราะวัฒนธรรมการเขียนการ์ตูนของเขานั้นถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง
ที่คนที่จะทำได้ดีมีคุณภาพ จะต้องผ่านการฝึกปรือ ผ่านด่านมนุษย์ทองคำตั้งนาน
กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับในวงการ และผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อ่าน
เด็กๆ ของเขาก็ใฝฝันว่า โตขึ้นหนูจะเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้
และถ่ายทอดพลังงานนี้ต่อๆ กันไป รุ่นต่อรุ่น

เดี๋ยวจะหาว่าเอะอะก็แขวะประเทศตัวเอง ..
แต่ถ้าเปรียบกับบ้านเราก็คงเป็นวงการบันเทิงมั้งครับ
เห็นเขาเป็นดารากันง่าย รายได้ดี แลดูมีศักดินาในสังคมจังเลย
โตขึ้นหนูจะเป็นดาราให้ด๊ายยยยย .. ว่าแล้วก็วิ่งไปไดเอทอย่างด่วน

คนญี่ปุ่นเวลาเขาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็จะหยิบหนังสือมาอ่านครับ
เราจะเห็นได้จากสื่อต่างๆ ที่ฉายไปที่ประเทศนี้แล้วเห็นภาพคนนั่งอ่านหนังสือ
ไม่ว่าจะในรถไฟ สวนสาธารณะ หรือริมฟุตบาทข้างถนน

นิสัยความเป็นเด็กนั้นสืบต่อไปถึงวัฒนธรรมสื่ออื่นๆ ทุกแขนงของญี่ปุ่นครับ
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร เกมส์ รายการทีวี เว็บไซต์ ฯลฯ
มันจะแฝงความเป็นเด็กไว้ในนั้นด้วย สังเกตจากการออกแบบ ดีไซน์อะไรกุ๊กกิ๊กๆ
อย่างพวกมาสคอต ตัวการ์ตูนน่ารัก โทนสีหวานเย็น โนเนะ คิมูจิ๊
เราจะพบได้อย่างดาษตา แต่ก็ไม่น่าเบื่อ (มีทุกสื่อจริงๆ ไม่เว้นหนังโป๊)
มันแสดงให้เห็นว่า กลุ่มตลาดของเขาแม้จะเลยช่วงวัยเยาว์มาแล้ว
แต่วัฒนธรรมความต่างระหว่างวัยนั้นกลับบีบแคบลงได้ด้วยความน่ารักคิกขุนี่แหละ

นี่แหละ พอไปอ่านการ์ตูนฝรั่ง หรือการ์ตูนฮ่องกงก็ตาม
เราก็เลยจะไม่ค่อยได้เห็นความเยาว์วัยในนั้น
จะมีก็แต่สไตล์ของเกาหลีเท่านั้นแหละที่ยังกะฝาแฝดของญี่ปุ่น
(ตอนนี้กำลังจะวิ่งแซงกัน — และผมเชียร์ข้างเกาหลี เพราะไม่ค่อยศรัทธาอารยธรรมโซนี่)

อ้า .. นี่ผมเลยไปถึงไหนแล้วเนี่ย เขียนมายาวแล้วพอดีกว่า
ถ้าวันไหนมีเวลาว่างนานๆ ค่อยมานั่งร่ายกันยาวแปดเมตรเลย
ส่วนคราวนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ผมน่ะชอบอ่านการ์ตูนนะ
แต่ก็เลือกอ่านด้วย เหมือนกับที่คุณชอบหนังบางประเภท ชอบเพลงบางแนวนั่นแแหละ
ถ้าวันนึงไปเห็นเด็กมันนั่งอ่านการ์ตูนก็อย่าไปว่ามัน
เพราะนั่นเป็นบันไดขั้นแรกสู่การพัฒนาด้านสติปัญญาและจินตนาการอย่างง่ายที่สุด
แต่ถ้าเป็นการ์ตูนโป๊ (ก็บอกแล้วว่า มันมีหลายแนว) ก็ตบหัวสั่งสอนเลย
เพราะว่าเผลอๆ มันจะชักนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่นได้ง่ายเช่นกัน
ทั้งนี้คุณจะทันเด็กหรือเปล่า หรือถ้าคุณเป็นเด็กคนนั้น คุณจะทันตัวเองหรือเปล่า

สุดท้ายนี้ ก็แค่จะบอกว่า
ใครที่ไม่เคยอ่าน หรือแค่เคยอ่าน หรือหนักหน่อยก็ ถ้าแอนตี้การ์ตูนละก็
ขอให้คิดใหม่ วางอคติพับเก็บไว้ข้างๆ
แล้วลองหยิบการ์ตูนดีๆ มาอ่านสักเล่ม
ลองฝึกตัวเองให้หัดไล่สายตาตามภาพในช่อง จากซ้ายไปขวา (หรือขวาไปซ้าย)
จากบนลงล่าง ดูภาพทีละภาพ อ่านคำแต่ละคำ
แล้วซึมซับสารที่สื่อประเภทนี้ต้องการนำเสนอ
ถ้าคุณวางอคติลงได้สำเร็จจริงๆ และมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ศึกษาจากมัน
ไม่ใช่แค่การอ่านการ์ตูนนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นการคบเพื่อน การทำงาน หรือจะเรื่องอะไรก็ตาม
ถ้าแค่คุณวางอคติลงแล้วพยายามทำความรู้จักและเข้าใจละก็
รับรองว่าคุณจะได้รับคุณค่าจากสิ่งที่ทำอย่างเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่ !!

***

-----------------------------------

"อยากแต่งคอสเพลย์~"
(คอสเพลย์ ชิไต้~ コスプレしたい~)

 つづく~

edit @ 22 Dec 2008 02:20:03 by A R U R U !!

Kyon~

posted on 19 Dec 2008 00:05 by aruruchan

Kyon~  เนียว รอนนน~

~~~~~~~~~~

เกี่ยวกับวัน คริส สะ มาส ที่กำลังจะมาถึงนี้ รู้หรือเปล่า ว่า มันสำคัญตรงไหน ?

เหอะๆ ๆ~ แน่นอน มันออกจะไร้สาระเล็กน้อยที่ถามเรื่องแบบนี้ ผมเคยเอาถุงเท้าไปแขวนที่บนหัว แป๊ะกอง รึ ที่ เราๆเรียนว่า ศาลเจ้าเล็ก ที่อยู่ในบ้านนั่นแหละรุ่งขึ้น มันก็จะมีของขวัญ อัดแน่นอยูในนั้นด้วยละเอิ้ว เหอะ.. แต่นั้นมันเป็นเพียงความฝัน IMPOSSIBLE !! เป็นไปไม่ได้ !!

แน่นอนครับ นอกจากจะไม่มีอะไรในถุงเท้านั่นแล้ว ยังถูกแม่ด่าอีก เอาถุงเท้านักเรียนไปแขวน บนศาลเจ้าเล็กเนี่ยนะ ( ตรงนั้นมันเป็นราวบันได เลยมี เงี่ยงออกมา แขวนได้)

 

พูดถึง คริส สะ มาส ก็ต้อง ซานต้า ชิมิ ~

ว่าแล้วก็ลองเอาบทความจาก novel แจ่มๆมาให้ดูกัน 

 

------------------------------------------------------------------

  Suzumiya haruhi no yuutsu ep 1

------------------------------------------------------------------ 

 

 **

คุณเชื่อเรื่องซานตาครอสจนถึงอายุเท่าไหร่ คำถามนี้ออกจะไร้สาระ และไม่ใช่ทั้งหัวข้อสนทนาที่น่าสนใจ แต่ถ้าถามผมละก็ ผมกล้าบอกได้เต็มปากเลยว่า ไม่เชื่อนับตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่า จะมีลุงแก่ๆ สามชุดสีแดงที่ชื่อซานตาครอสอยู่จริง

 

อย่างซานตาครอสที่มาในงานคริสต์มาสของโรงเรียนอนุบาลนั้นผมก็รู้ว่าเป็นตัวปลอม เท่าที่ผมจำได้ เพื่อนๆ ร่วมรุ่นสมัยอนุบาลก็ไม่มีใครเชื่อกันหรอก ในสายตาของพวกเขามองเหมือนกันหมดว่า ครูใหญ่แกเล่นแต่งคอสเพลย์ชุดซานตาครอสมากกว่า

 

          ผมคิดว่าตัวเองฉลาดที่นึกสงสัยจาลุงที่ทำงานแค่ในวันคริสต์มาส แต่กว่าผมจะรู้ว่ามนุษย์ต่างดาว คนจากโลกอนาคต ผีสางนางไม้ สัตว์ประหลาด ผู้มีพลังจิต องค์กรชั่วร้ายที่มีอยู่ในหนังขบวนการแปลงร่าง ไอ้มดแดง รวมทั้งพวกฮีโร่ในการ์ตูนหรืออนิเมชั่นของพวกนี้ไม่มีอยู่จริงในโลกก็หลังจากนั้นอีกนานเลยล่ะ

 

          ไม่สิ ความจริงผมรู้ แต่ไม่อยากทำใจยอมรับมากกว่า ส่วนลึกในใจของผมมันยังต้องการให้พวกเขาเหล่านั้นมาปรากฏตัวตรงหน้าต่างหาก

          เทียบกับโลกธรรมดาใบนี้ที่ผมตื่นเช้านอนค่ำอยู่ทุกวัน โลกแห่งขบวนการแปลงร่างหรือในหนังสือการ์ตูนมันยังน่าอยู่กว่าโลกที่ผมอยู่ทุกวันนี้เลย

          ผมล่ะอยากเกิดในโลกแบบนั้นจริงๆ!

          อย่างเช่น การบุกฝ่าเข้าไปช่วยตัวประกันสาวน้อยที่ถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไปขังไว้ในฝักถั่วลันเตาแก้วอันยักษ์ ไม่ก็ถือปืนเลเซอร์อย่างเท่พร้อมใช้ปฎิภาณ ไหวพริบ และสติปัญญารวมกับความกล้าหาญประจันหน้ากับศัตรูผู้บุกมาจากอนาคตที่วางแผนบิดเบือนประวัติศาสตร์ หรือการร่ายเวทคาถาบทเดียวปัดเป่าวิญญาณร้ายหรือภูตผีปีศาจ ไม่ก็เปิดสงครามผู้มีพลังจิตกับตัวโกงแห่งองค์กรชั่วร้ายลึกลับผู้มีพลังเหนือมนุษย์ นี่แหละคือสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน !  คือสิ่งที่ผมต้องการ !

 

          ไม่สิ อย่าเพิ่ง ใช้สติคิดให้ดีๆ ก่อน สมมติว่ามีพวกมนุษย์ต่างดาวหรืออีกหลายๆ สิ่งที่ผมปราถนามาบุกโลกจริง แต่ตัวผมกลับไม่มีพลังพิเศษ อะไรเลยแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับพวกมันล่ะ !? พอนึกได้อย่างนั้น มันก็เลยทำให้ผมเกิดความคิดนี้ขึ้น .....

 

 TO BE CONTINUE  น่อ...

edit @ 22 Dec 2008 02:21:35 by A R U R U !!